พ่นสียากไหม? รวมเทคนิคการพ่นสีที่ใครๆก็ทำได้

การพ่นสียากไหม ArkcoThaliand ขอบอกเลยว่าไม่ยากเลยเพียงแค่อ่านบทความนี้ก็จะเข้าใจการพ่นสีได้มากขึ้นสามารถทดลองทำด้วยตัวเองได้เลย

 

Table of Content

ศึกษาและรู้จักกับสีที่จะพ่น
เลือกอุปกรณ์พ่นสีที่ดี
เลือกอุปกรณ์รูพ่นสีให้เหมาะสม
สรุป

 

พ่นสียากไหม? นี่อาจจะเป็นคำถามสำหรับใครหลายๆคน ที่กำลังริเริ่มที่จะพ่นสีอยู่เป็นแน่แท้ ซึ่งการพ่นสีนั้นถือว่าเป็นงานยอดนิยมในอุตสาหกรรมอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมต่างๆ โดยการพ่นสีนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม เพื่อแก้ชิ้นงาน เพื่อปกป้องชิ้นงานจากสนิมหรือสภาพแวดล้อมที่จะทำให้ชิ้นงานนั้นเสื่อมสภาพได้

ใครก็ตามที่ต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับการพ่นสี หากจะถามว่า การพ่นสียากไหม  ArkcoThaliand ขอบอกเลยว่าไม่ยากเลยเพียงแค่อ่านบทความนี้ก็จะเข้าใจการพ่นสีได้มากขึ้นสามารถทดลองทำด้วยตัวเองได้เลย

 

ศึกษาและรู้จักกับสีที่จะพ่น

หากเราต้องการพ่นสี แน่นอนว่าเราควรจะเข้าใจสีที่เราจะใช้พ่น หรือสีที่เราจะนำไปพ่นกับชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นสีพ่นรถยนต์ หรือสิวอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะมีวิธีการใช้งานหรือคู่มืออยู่บริเวณข้างกระป๋อง หรือสามารถขอคู่มือจากทางโรงงานผู้ผลิตสีได้เลย 

ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งที่เราควรศึกษาก็คืออัตราการผสมสี และประเภทของสีต่างๆว่าควรผสมอย่างไร ให้เหมาะสมตามที่โรงงานผลิตสีระบุ ตามมาตรฐานของคู่มือ การเลือกทินเนอร์แบบแห้งช้าหรือแห้งเร็ว การปรับแต่งอุณหภูมิห้องพ่นให้เหมาะสมกับชิ้นงาน สิ่งต่างๆนี้คือสิ่งที่เราควรจะศึกษาเบื้องต้นก่อนการเริ่มปฏิบัติการพ่นสีจริง

ซึ่งเราสามารถศึกษาประเภทของสีต่างๆที่ใช้ในการพ่นได้ในบทความนี้ 

 

เลือกอุปกรณ์พ่นสีที่ดี

การเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับสีที่เรานำมาพ่น ก็ควรเลือกให้ถูกต้องตามคู่มือของสี ซึ่งมีวิธีการในการทำสีอยู่หลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว และมีอุปกรณ์ที่แตกต่างกันซึ่งเราก็ควรที่จะศึกษาหากต้องการที่จะพ่นสีนั่นเอง

 

  1. ทาด้วยแปรงทาสี

การทาด้วยแปลงทาสีหรือการกลิ้งด้วยลูกกลิ้ง ถือว่าเป็นการทำสีที่ใช้ต้นทุนน้อย สามารถเริ่มทดลองทำได้เลย สามารถใช้การทาด้วยแปรงทาสี เพื่อฝึกทักษะในการทำสีได้ แต่แน่นอนปัญหาของการทาด้วยแปรงทาสี นั่นคือการควบคุมคุณภาพของชิ้นงาน เราอาจจะได้คุณภาพของงานสีที่ไม่ได้มาตรฐานหากเราทาด้วยแปรงทาสี อีกทั้งอาจจะทำให้เราที่ทำงานสีไม่ค่อยเก่งค่อนข้างเหนื่อยและท้อกับการฝึกฝนในการทำงานสี เพราะการทาด้วยแปลงนั้นถือว่ากินพลังงานเป็นอย่างมาก

 

  1. Air Spray เครื่องพ่นสีแบบอัดอากาศ

สเปรย์พ่นสีแบบอัดอากาศ คือเครื่องพ่นสีที่ต้องใช้แรงอัดอากาศเพื่อให้สีถูกดันออกมาเป็นละออง หากเราเริ่มท้อแท้กับการทาสีให้สวยงาม แน่นอนว่าการใช้สเปรย์พ่นสีจะเป็นอะไรที่เพิ่มความสนุกขึ้นมาให้กับเราได้ เนื่องจากสเปรย์พ่นสีจะช่วยให้เราทำสีได้เรียบเนียนสวยงามมากยิ่งขึ้น สีไม่เปียกหกเลอะเทอะเหมือนกับการทา และเป็นการริเริ่มที่จะทำงานให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเครื่องพ่นสีแบบอัดอากาศนี้สามารถใช้ได้ในอู่พ่นสีหรืออุตสาหกรรมการพ่นสี ซึ่งมีทั้งแบบกาบน (Gravity Feed) และแบบการ่าง (Suction Feed) เป็นอุปกรณ์ที่ราคาไม่แพงหาซื้อได้ง่ายจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก

 

  1. เครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless

หากคุณเริ่มต้นที่จะพ่นสีให้ได้ความหนาที่ได้มาตรฐานและเริ่มต้นที่จะต้องใช้เครื่องตรวจวัดความหนาสี Elcometor เมื่อคุณต้องการทำงานให้ได้มาตรฐานตามที่โรงงานกำหนด ตรงนี้สามารถต่อยอดได้จากข้อ 1 และข้อ 2  หาก หากคุณเริ่มรู้สึกว่างานสีแบบเดิมของคุณ เริ่มไม่เป็นที่น่าพอใจแก่ลูกค้าแล้ว 

เครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless คือเครื่องพ่นสีที่ไม่ต้องใช้ลมในการพ่น แต่จะใช้เป็นปั๊มแรงดันขนาดสูง ซึ่งจะสร้างแรงดันสูงดันสีปริมาณสูงผ่านหัวทิปเล็กๆ และพ่นออกมาโดยที่ไม่มีอากาศเจือปน สามารถควบคุมความหนาของชั้นฟิล์มได้ ซึ่งจะได้ความหนาของชั้นฟิล์มสีตามที่โรงงานต้องการ ได้เนื้อฟิล์มสี 100%  สามารถประหยัดต้นทุนของสีได้ ได้สีที่เรียบเนียน ใช้ได้กับทุกงานสี

 

  1. เครื่องพ่นสีไฟฟ้าสถิตย์ Electrostatic Air Spray

เครื่องพ่นสีชนิดนี้ถือว่าเป็นเครื่องพ่นสีที่ได้มาตรฐานเหมือนกันกับ เครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless แต่มีการใช้งานที่แตกต่างกันเล็กน้อย เพราะเครื่องพ่นสีแบบนี้จะมีการนำเอาไฟฟ้าสถิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้านประจุบวกและประจุลบในระดับศักย์ไฟฟ้าที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการนำพาอิเล็กตรอนที่อยู่ในเม็ดสี ที่มีประจุลบ พุ่งตรงไปยังประจุบวก ทำให้พื้นผิวดูเรียบเนียนและประหยัดสีได้น้อยกว่าแบบอื่นๆ

 

เลือกอุปกรณ์รูพ่นสีให้เหมาะสม

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการพ่นสี ก็คือเส้นผ่านศูนย์กลางของรูพ่นสี (Nozzle) ซึ่งตรงนี้ก็ควรจะศึกษาสเปคของเส้นผ่านศูนย์กลางรูพ่นสี ให้เหมาะสมกับประเภทของสีด้วย ซึ่งเราสามารถศึกษาในเอกสารคู่มือข้างกระป๋องสีได้เลย โดยสีรองพื้นจะเหมาะกับรูพ่นสีขนาด 1.5-2.0 มม สีเบส จะเหมาะกับรูพ่นสีขนาด 1.3-15 มม  4 ทับหน้าจริงจะเหมาะกับรูพ่นสีขนาด 1.2-1.5 มม นั่นเอง

 

เทคนิคการพ่นสีใครๆก็ทำได้

  • ปรับปริมาณเนื้อสีที่จะพ่น และความหนาสีให้ตรงตามเนื้อสีที่เราต้องการที่จะพ่น
  • ปรับทิศทาง Air Cap (ฝาครอบหัวลม)  และรูปร่างหน้ากว้างของละอองสี ให้เหมาะสมกับชิ้นงาน
  • ปรับแรงดันลมโดยขึ้นอยู่กับลักษณะของสีที่เราต้องการ หาก แรงดันลมเยอะ สีก็จะแตกละอองฝอยเยอะ หากแรงดันลมน้อยสีก็จะไม่ค่อยแตกละอองฝอย ซึ่งการปรับแรงดันลมจะสัมผัสกับการปรับรูปร่างของสี ซึ่งตรงนี้สามารถศึกษาในคู่มือที่จะระบุแรงดันลมที่เหมาะสมต่อการพ่นสีมาให้ได้
  • กะระยะห่างของปืนพ่นสีให้ขนาดกับชิ้นงานและตั้งฉากกับชิ้นงาน อยู่ที่ประมาณ 6-8 นิ้ว ไม่ควรพ่นสีให้ใกล้เกินไปจะทำให้สีไหลง่าย แต่หากพ่นไกลเกินไปจะทำให้ละอองสีเกิดเป็นสีเม็ดได้ ดังนั้นทั้งตัวชิ้นงาน ควรทิ้งระยะห่างการพ่นสี และปืนพ่นสีควรจะมีระยะห่างที่สม่ำเสมอ

 

สรุป

การพ่นสีนั้นสามารถฝึกได้ด้วยตนเองถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินความสามารถ แน่นอนว่าบทความของเราในวันนี้อาจจะสามารถช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับการพ่นสีด้วยเครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless ได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการพ่นสีให้เก่งจะต้องฝึกฝนให้มากๆ อาจจะเริ่มต้นจากอุปกรณ์เล็กๆอย่างแปลงทาสี แล้วค่อยๆพัฒนาขึ้นตามระดับของงานที่เราต้องการพ่น ซึ่งหากเรามีประสบการณ์และความชำนาญในการพ่นสีที่เก่งแล้ว ก็จะสามารถพ่นสีได้อย่างมาตรฐานได้เลยทีเดียว

ArkcoThailand เป็นผู้จัดจำหน่าย เครื่องขัดเหล็ก Montipower เครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless เครื่องพ่นทราย เครื่องวัดความหนาสี Elcometer และอีกมากมาย

___

ท่านสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือเตรียมผิวงาน เครื่องพ่นสี เครื่องพ่นทราย เครื่องวัดความหนาสี ได้ที่

TEL
(66) 0-2406-0716-7,
08-6351-3941,
08-9920-2257

Create at : 2023-09-07 05:03:59